Loading...

 

ทิศทางของอาชีพโปรแกรมเมอร์ในปี2019

  TribeHired     18 Apr 2019

อย่างที่พวกเรากำลังทราบกันกันดีว่าโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากการเรียนรู้ด้วยตัวเองจนเข้ามาสู่ยุคของการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในชีวิตประจำวัน ในวันนี้เราจะมาแชร์มุมมองที่เราได้รวบรวมมาจากที่ต่างๆว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเหล่านี้กำลังส่งผลกระทบต่อแนวโน้มของอาชีพโปรแกรมเมอร์อย่างไร ลองมาดูกันเลยดีกว่าครับ

1.เว็บไซต์ยูทูป – แหล่งเรียนรู้เริ่มต้นของโปรแกรมเมอร์ที่เพิ่งจะหัดเรียนเขียนโปรแกรม

รูปภาพจาก Startup Village

Stack Overflow เป็นเครื่องมือสำหรับการเรียนรู้ด้วยตนเองสำหรับทุกคน เนื่องด้วยโปรแกรมเมอร์หลายๆท่านจะมาแชร์ประสบการณ์ที่เคยเจอปัญหามาก่อนและวิธีแก้ไขในนี้ โปรแกรมเมอร์มือใหม่ต่างก็ให้ความสำคัญกับปัญหาและนำมาปรับใช้กับสถานการณ์ที่ตัวเองเจออยู่ได้

ทั้งๆที่คนรุ่นใหม่ (Gen X) ควรจะไปหาหนังสือการเขียนโปรแกรมอ่าน กลับกันกลับเสริช์หาในยูทูปมากกว่า โดยเฉพาะในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆสำหรับพวกเขา

ด้านล่างนี้คือช่องรายการยูทูปที่เป็นประโยชน์ที่พวกเราแนะนำให้คุณลองเข้าไปดูครับ

  1. Code Course
  2. Java Brains
  3. Learncode.academy
  4. Google Developers
  5. Dev Tips


2.โปรแกรมเมอร์ควรเลือกเรียนภาษาที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด

(ประกาศหางานอ้างอิงจากภาษาต่างๆ)

รูปภาพจาก Indeed.com

แม้ว่าจะมีภาษาใหม่ๆเกิดขึ้นมาในทุกๆวัน โปรแกรมเมอร์ควรมีความเชี่ยวชาญอย่างน้อย 1 ภาษา ไม่อย่างนั้นก็ควรจะเป็นภาษาที่ใช้กันบ่อยๆ มีผลจากการสำรวจออกมาแล้วว่า ภาษาที่เป็นที่ต้องการในการทำงานคือ ภาษาจาวา จาวาสคริปต์ ไพธอน และภาษาซีพลัสพลัส

เมื่อโลกถูกแทนที่ด้วยอุตสาหกรรม ภาษาจาวาถูกนำมาใช้ทางกลุ่มสถาบันการเงินมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ภาษาจาวาสคริปต์ก็เป็นที่นิยมในการสร้างร้านค้าที่สามารถติดต่อระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายได้ อีกทั้งยังรองรับเว็บบราวเซอร์ที่หลากหลายอีกด้วย ขณะเดียวกันภาษาซีชาร์ปก็ยังเป็นภาษาที่ใช้ในองค์กรราชการอีกด้วยเช่นกัน


3.โปรแกรมเมอร์ถูกโน้มน้าวโดยภาษาต่างๆที่ถูกทำให้ดูน่าศึกษาโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยี

(ช่องว่างระหว่างสิ่งที่โปรแกรมเมอร์ไม่รู้และสิ่งที่เขากำลังมองหาว่าควรจะเรียนภาษาอะไรต่อดี)

รูปภาพจาก HarkerRank

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนจากการที่โปรแกรมเมอร์หลายๆท่านหันไปสนใจภาษาต่างๆหลายภาษาที่ถูกทำให้เป็นที่นิยมขึ้นมาโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ของ Silicon Valley ยกตัวอย่างคร่าวๆเช่น ภาษาโก ภาษาก็อตลิน ภาษาสเกลา และภาษาสวิฟต์  

ภาษาโกมาจากบริษัทกูเกิ้ล ภาษาโกมีความสามารถสูงและสามารถที่จะทำงานต่างๆหลายๆงานพร้อมกันได้อย่างราบรื่น อีกทั้งกูเกิ้ลยังโด่งดังในเรื่องของการใช้ภาษาก็อตลินเมื่อรับเอาภาษาก็อตลินมาจาก Android framework เมื่อครั้งที่ Android Framework ถูกกูเกิ้ลย้ายออกมาจากภาษาจาวา

ทวิตเตอร์ต่างกระตุ้นให้มีการใช้ภาษาสเกลามากขึ้น เนื่องจากเป็นภาษาที่โตเร็วกว่า Ruby on Rails เมื่อไม่นานมานี้ ขณะที่บริษัทแอปเปิ้ลสร้างชิปขึ้นมาจากภาษาซีเป็นภาษาสวิฟต์ โปรแกรมเมอร์ต่างก็ต่างเปลี่ยนไปใช้ภาษาสวิฟต์ด้วยเช่นกันเพื่อที่จะได้ไม่ต้องตกงาน


4.ช่องว่างของความรู้ใน Javascript framework


จาวาสคริปต์เฟรมเวิร์คดูเหมือนจะเป็นเฟรมเวิรค์ที่ต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเป็นภาษาเดียวที่ทำได้ทั้ง Frontend และ Backend รวมไปถึงส่วนขยายเพิ่มเติมของมือถือและบราวเซอร์ โดยส่วนใหญ่แล้วผู้จ้างงานจะมองหาผู้ที่เคยมีประสบการ์ทางด้าน Node.js Angular.js และ React มาก่อน

อย่างไรก็ตาม เฟรมเวิรค์ทั้ง 3 เฟรมเวิรค์นี้กำลังประสบกับช่องว่างขนาดใหญ่ระหว่างสิ่งที่ผู้จ้างงานต้องการกับความรู้ของโปรแกรมเมอร์ ปัญหาหลักๆเลยก็คือภาษาในการโปรแกรมมิ่งไม่ใช่ภาษาที่จะเรียนรู้ได้ทันทีที่ภาษาถูกสร้างขึ้นมา ยิ่งไปกว่านั้นช่องว่างของความรู้หรือความรู้ที่ขาดหายไปควรนำไปรวมกับส่วนของภาษาJavascript


5.ลำดับของทักษะในการแก้ปัญหาที่นายจ้างส่วนใหญ่ให้ความสำคัญในการจ้างงาน


รูปภาพจาก LinkedIn

65% - การแก้ไขปัญหา: สามารถที่จะมองเห็นปัญหาและทางแก้ไขของปัญหาเมื่อเจอกับปัญหาหรือความท้าทายต่างๆ

64% - เป็นผู้เรียนรู้ที่ดี: สามารถที่จะเรียนรู้ได้ไว และนำมาปรับใช้ได้

46% - นักคิดวิเคราะห์: สามารถใช้การคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลได้

45% - มีทักษะการพูดที่ดี: สามารถสื่อไอเดียออกมาได้ดีขณะพูด

22% - มีทักษะการเขียนที่ดี: มีทักษะการสื่อไอเดียผ่านทางการเขียนที่ดีและมีความเข้าใจในไอเดียนั้นๆ

21% - นักคิดสร้างสรรค์: นำไอเดียแต่ละไอเดียมาเชื่อมโยงกันได้ดี และมีความคิดใหม่ๆนอกกรอบ

16% - นักเข้าใจเทคโนโลยี: มีความเข้าในเทคโนโลยีต่างๆ

6% - เก่งเลข: มีความสามารถในการคำนวนและสถิติ

5% - อื่นๆ

ปัจจุบันผู้จ้างงานกำลังให้ความสำคัญกับสกิลการแก้ไขปัญหาของโปรแกรมเมอร์มากกว่าความสามารถในการเขียนโปรแกรม ความสามารถในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนหรือการแสดงให้เห็นถึงการคิดอย่างมีระบบก็เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นถึงคุณค่า(หรือมากกว่านั้น)มากกว่าทักษะทางเทคนิคที่งานต้องการ

เราสามารถเห็นแนวความคิดนี้ได้จากองค์กรขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ในขณะที่องค์กรเล็กๆหรือองค์กรทีเพิ่งจะเริ่มทำธุรกิจจะต้องการผู้สมัครที่มีความสามารถทางด้านframeworkหรือความสามารถเฉพาะเนื่องจากทำให้บริษัทเดินหน้าและเติบโตได้เร็ว


6.ผลงานที่เคยทำมีผลต่อการจ้างงานมากที่สุด

รูปภาพจาก theethogram

ถ้าคุณเป็นโปรแกรมเมอร์แต่ยังไม่มีโปรไฟล์จาก Github คุณควรจะสร้างขึ้นมาสักชิ้น เพราว่าบริษัทหลายบริษัทที่ใช้ Github และโปรเจคประเมินความสามารถของคุณมากกว่าเรซูเม่ ผู้สัมภาษณ์งานจะพิจารณาจาก Github มากกว่าจำนวนปีของประสบการณ์ของคุณและใบปริญญาของคุณเสียอีก

ปัจจัยนี้เป็นสาเหตุหลักๆเลยเพราะว่าผู้สัมภาษณ์มักจะมีผู้รับสมัครงานอีกทอดหนึ่งหรือเพื่อนร่วมทีมอื่นๆเช็คประวัติของผู้สมัครงานจากเรซูเม่ พอถึงเวลาที่จะสัมภาษณ์กับผู้ให้การสัมภาษณ์ สิ่งที่จะนำมาตัดสินใจในการรับเข้าทำงานจะดูจาก โปรเจคที่ผู้สมัครเคยทำ ประวัติการทำงานและเรซูเม่


คุณกำลังมองหางานไอทีในฝันอยู่ใช่ไหม?

ลงทะเบียนที่นี่เพื่อรับงานใหม่ๆจากบริษัทไอทีชั้นนำได้เลย


*บทความนี้แปลเป็นไทยโดย A. Ruangsuwan หากต้องการอ่านอ่านเวอร์ชันภาษาอังกฤษ คลิกที่นี่